ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ นกพิราบที่อาศัย ในเมืองที่เจริญแล้ว มักจะพบเชื้อโรคไม่มากนักและสิ่งแวดล้อมที่มันอยู่อาศัยจะต่างกับประเทศที่ระบบสาธารณูปโภคไม่ค่อยดี จึงทำให้นกแต่ละที่ มีความอึด และทนต่อสภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อโรค หรือการถูกขับไล่รบกวน ต่างกันด้วยเช่นกัน ดังนั้นอุปกรณ์ หรือ เครื่องมือ ต่างๆ ที่ออกแบบใช้ในต่างประเทศ เมื่อนำมาใช้ในบ้านเราจึงมักไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เท่าไรนักตัวอย่างโรคภัย ที่เกิดจากนกเป็นพาหะเช่น ไวรัสตับอักเสบบีเยื่อหุ้นสมองอักเสบปอดอักเสบเฉียบพลันปอดบวมไข้กาฬหลังแอ่น ไข้หวัดนก รวมถึง แบคทีเรีย และไวรัสต่างๆ เชื้อรา ตัวไรนก พยาธิ เป็นต้น ซึ่งเชื้อเหล่านี้ มักจะอยู่ในบริเวณที่มีนกอาศัยอยู่หากวันหนึ่งวันใด ร่างกายของเราอ่อนแอลงเมื่อไหร่ ก็จะทำให้เราติดเชื้อได้โดยง่าย และก็จะแสดงอาการออกมา ทำให้เราเจ็บป่วย ซึ่งโรคส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงนี้ มักจะเป็นแล้วรักษาไม่หาย หรือ บางโรคอาจตายโดยเฉียบพลัน ไม่อาจรักษาได้ทันดังนั้น จึงควรหาทางระวังป้องกัน ด้วยการทำลายแหล่งที่อยู่ที่อาศัยของนก รวมถึงแหล่งแพร่เชื้อต่างๆ และในจุดที่แสงแดดไม่สามารถส่องถึง ควรฉีดพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยหาซื้อได้ทั่วไป เช่น น้ำยาเดสตอล , มาสเตอร์คลีน ผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่ระบุไว้หรือ หากไม่สามารถหาได้อาจใช้ผงซักฟอกผสมกับน้ำ ใช้ราดแทนชั่วคราวได้
ข้อแนะนำเพิ่มเติม โดยปกตินกพิราบ 1 คู่ จะแพร่พันธุ์ภายใน 1 ปี ได้รุ่นลูกรุ่นหลานประมาณ 40 ตัว แต่ส่วนใหญ่มักจะตาย เนื่องจาก ภายในตัวนกมักจะเต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ตัวที่อ่อนแอ จึงตายลงดังนั้นตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ไดจึงเป็นตัวพาหะอย่างดีเพราะมัน สามารถทนต่อโรคได้ดี และมันก็พยายามหาทางเอาชีวิตรอด ด้วยการหาแหล่งที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับตัวมัน จึงมักจะมาอาศัยตาม สิ่งก่อสร้างต่างๆ อยู่ร่วมกับมนุษย์ ดังนั้น ในบริเวณที่มีนกอาศัยอยู่ ก็ย่อมเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆ เช่นกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น