วิธีไล่นกพิราบ

วิธีไล่นก
ที่จะให้ได้ผลนั้น ต้องใช้วิธีตัดวงจรชีวิตของนก ได้แก่ แหล่งน้ำ,อาหาร และที่อยู่อาศัยแต่เนื่องจากแหล่งน้ำและอาหารนั้น มักอยู่ตามแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงไม่สามารถเข้าไปจัดการหรือควบคุมได้โดยง่าย แต่แหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้น เราสามารถควบคุมได้ง่ายที่สุด ดังนั้นเมื่อเราสามารถจัดการหรือทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของนกได้ ก็เป็นการทำลายวงจรชีวิตของนก ทำให้นกไม่ มีที่อยู่ที่อาศัยมีผลทำให้นกต้องย้ายออกนอกบริเวณพื้นที่ไปอยู่ที่อื่นแทน แต่ถึงกระนั้น หากเราใช้วิธีในการไล่นกที่ไม่ถูกต้อง หรือ ไม่เหมาะสม ก็อาจส่งผลทำให้นกพยายามทำลาย ต่อสู้ ดิ้นรน เรียนรู้ และ ปรับตัว หรือ ไม่ก็พัฒนา จนกลับมาอยู่อาศัยได้อย่างเดิม ตัวอย่างวิธีการไล่นกแบบต่างๆ ที่มีทั้งข้อดี-ข้อเสีย และมีแนวในการแก้ไขได้ดังนี้ คือ[/size]


1. วิธีการปิดกั้นด้วยตาข่าย, ตะแกรง หรือขึงเอ็นกีดขวางนก ถ้าจะให้ได้ผล ต้องปิดกั้นในทิศทาง และมุมองศาใช้งานเฉพาะที่นกไม่สามารถเกาะจับได้ ไม่เช่นนั้น นกก็จะทำลาย จนเข้ามาอยู่อาศัยได้ หรือไม่ก็ถ่ายมูลลงมาได้เช่นเดิม

2. วิธีการใช้กลิ่นไล่นก แบบต่างๆ นกไม่ชอบในการไล่นก เช่น กลิ่นสกัดจากสารในเม็ดองุ่น หรือใช้เคมีที่มีผลโดยตรงกับ เยื่อบุหลอดลมของนกได้แก่ การบูร, พิมเสน, แน็พเธอร์ลีน (ลูกเหม็น) ฯลฯ ซึ่งทำให้นกเกิดการระคายเคืองและมีผลต่อระบบประสาทของนก ทำให้นกคลื่นไส้ อาเจียน และเวียนศีรษะ มักจะใช้ได้เพียงระยะหนึ่ง จึงควรใช้ซ้ำๆ และหากนกปรับตัวและชิน อาจต้องปรับความเข้มข้น หรือ เปลี่ยนกลิ่น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผ่านกระบวนการผลิตด้วยระบบนาโนเทคเทค จึงใช้พ่นเพียงครั้งเดียวอยู่ได้เป็นปี

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

โดยปกตินกพิราบ 1 คู่ จะแพร่พันธุ์ภายใน 1 ปี ได้รุ่นลูกรุ่นหลานประมาณ 40 ตัว แต่ส่วนใหญ่มักจะตาย เนื่องจาก ภายในตัวนกมักจะเต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆ มากมาย ตัวที่อ่อนแอ จึงตายลงดังนั้นตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ไดจึงเป็นตัวพาหะอย่างดีเพราะมัน สามารถทนต่อโรคได้ดี และมันก็พยายามหาทางเอาชีวิตรอด ด้วยการหาแหล่งที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยสำหรับตัวมัน จึงมักจะมาอาศัยตาม สิ่งก่อสร้างต่างๆ อยู่ร่วมกับมนุษย์ ดังนั้น ในบริเวณที่มีนกอาศัยอยู่ ก็ย่อมเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคต่างๆ เช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

วิธีไล่นกพิราบ

คลังบทความของบล็อก